ความเป็นมา
"ชุมพร คาบาน่า" รีสอร์ต
ได้ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2525 ณ หาดทุ่งวัวแล่น
ตำบลสะพลี อำเภอปะทิว จังหวัดชุมพร โดยมีเรือนพักเพียง
7 หลัง พร้อมกับศาลาหลังคาจาก เลียนแบบเรือนช้างหลวง
และรูปปั้นที่มีหน้าตาผิดแผกแตกต่างไปจากลักษณะไทย
ๆ ที่คุ้นเคย ยืนตระหง่านอยู่หน้าหาด เพียงเพื่อไว้ใช้ถ่ายภาพเป็นที่ระลึกเท่านั้น
ท่ามกลางชายหาดที่มีทรายละเอียดขาว กับร่มเงาของต้นมะพร้าวที่สะบัดใบล้อลมทะเล
ปลอดผู้คนและบ้านเรือน
จังหวัดชุมพร เป็นเมืองต้นแรกของภาคใต้ต่อจากจังหวัดประจวบคีรีขันธ์มีระยะห่างจากกรุงเทพมหานครเพียง
450 กิโลเมตร มีพื้นที่ ๆ สมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย
นอกจากนี้สิ่งที่สมบูรณ์อีกอย่างหนึ่งของชุมพรก็คือ
ทะเลสีคราม อ่าวชุมพร ซึ่งเป็นทะเลที่อุดมสมบูรณ์ที่สุดของอ่าวไทย
มีเกาะมากมาย 40 เกาะ มีใต้ทะเลที่มหัศจรรย์ น้ำทะเลใส
ฝูงปลามากมาย ปะการังที่สมบูรณ์ และชายหาดที่ดีที่สุดของภาคใต้ในอ่าวไทย
คือ หาดทุ่งวัวแล่น ซึ่งเป็นชายหาดที่มีความลาดชันน้อยมาก
ทรายละเอียด ขาวสะอาด มีความปลอดภัยสูง เหมาะสำหรับการเล่นน้ำ
บรรยากาศและสภาพพื้นที่ดังกล่าวจึงทำให้คุณครูอัจฉรา
รักษ์พันธุ์ ได้ลาออกจากราชการ และตัดสินใจลงหลักปักฐานสร้าง
" ชุมพรคาบาน่า" รีสอร์ต ขึ้น ด้วยความรู้สึกว่าผืนดินนี้เป็น
"แผ่นดินของเรา" ด้วยเจตนารมณ์ที่จะรักษาธรรมชาติให้เป็นธรรมชาติ
ทุกอย่างเกื้อกูลซึ่งกันและกัน

ระยะเวลาผ่านไป ผู้คนได้รู้จัก "ชุมพรคาบาน่า"
รีสอร์ต มากขึ้น จากบ้านพักเพียง 7 หลัง ได้เพิ่มขึ้นเป็น
40 หลัง และถึงแม้ว่าการเดินทางจะต้องผ่านถนนลูกรังที่สมบูรณ์ด้วยหลุมบ่อมากมาย
จากถนนเพชรเกษม อำเภอท่าแซะเข้ามาชายหาดเป็นระยะทาง
18 กิโลเมตร และจากอำเภอเมืองเข้ามา 15 กิโลเมตร รวมทั้งไฟฟ้ายังปั่นเองเพียงครึ่งคืน
หลังจากนั้นก็ใช้แสงเทียนและไฟฉายก็ตาม แต่ถึงกระนั้นชายหาดก็ยังสดสวยสะอาด
ขาวปราศจากการก่อกองไฟ เพราะทุกคนพร้อมใจ กันทำตามคำแนะนำที่จะร่วมกันรักษาธรรมชาติให้คงเดิม

ชุมพรคาบาน่า รีสอร์ต ได้จัดกิจกรรมทางทะเลที่นอกเหนือจากการเล่นน้ำที่ชายหาดอย่างปลอดภัยแล้ว
ยังมีเรือนำเที่ยวทางทะเลเพื่อชมเกาะและดำน้ำดูปะการังอันเป็นกิจกรรมหลักที่อยู่ควบคู่มากับรีสอร์ตตั้งแต่เริ่มแรก
และเป็นกิจกรรมที่ทำให้ทะเลชุมพรเป็นที่รู้จักของคนทั่วไป
และทำให้ทั่วโลกได้รู้จักหาดทุ่งวัวแล่นเช่นเดียวกัน
โดยเฉพาะโรงเรียนสอนดำน้ำของชุมพรคาบาน่า รีสอร์ต
จะเน้นในเรื่องการรักษาสภาพแวดล้อมและการไม่ทำลาย
เพื่อให้คนรุ่นหลังได้มีโอกาสชื่นชมกับกิจกรรมชื่นชมธรรมชาติที่ถูกหนดขึ้นมาหลายแห่ง
ไม่ว่าจะเป็นการชมสวนผลไม้ในหลาย ๆ สวน หลาย ๆ อำเภอ
ซึ่งพร้อมใจกันรักษาธรรมชาติเพื่อความยั่งยืนไว้ให้คนรุ่นหลังได้ชื่นชม
โดยความร่วมมือ ร่วมใจจากทุก ๆ สถานที่ที่ได้พานักท่องเที่ยวไปชื่นชม
เช่นการล่องแพที่ต้นแม่น้ำหลังสวน อำเภอพะโต๊ะ การชมหิ่งห้อยที่แม่น้ำท่าตะเภา
การไปตกหมึกในอ่าวชุมพรและการดำน้ำแบบผิวน้ำหรือใช้ถังอากาศตามเกาะต่าง
ๆ เป็นต้น

นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมต่าง ๆ ในทะเล ไม่ว่าจะเป็นการดำน้ำเก็บสิ่งที่ไม่พึงประสงค์เช่น
การเก็บอวนที่ติดตามกองหิน-ชายเกาะ การร่วมกันนำหอยมือเสือมาปล่อยจนเป็นอุทยานหอยมือเสือของประเทศไทย
ซึ่งเป็นการร่วมมือกันในระหว่างนักดำน้ำ เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะชุมพร
นักวิชาการ ชุมพรคาบาน่า รีสอร์ต และศูนย์กีฬาดำน้ำจังหวัดชุมพร
เป็นต้น

หรือแม้กระทั่งกิจกรรมการท่องเที่ยวแบบผจญภัยเล็ก
ๆ น้อย ๆ เช่นการไปชมธรรมชาติแท้จริงของป่าเขา น้ำตก
ถ้ำ สวนสมรม (สวนซึ่งมีต้นไม้หลายชนิดปลูกรวมกัน)
อายุเป็น 100 ปี ขึ้นไป ซึ่งมีให้ชมหลายแห่ง รวมทั้งการชมค่างแว่น
ซึ่งพากันอาศัยวัดเป็นที่พักพิงอย่างปลอดภัยและร่มเย็น
ขณะเดียวกันยังมีการสำรวจแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติใหม่
ๆ ของชุมพร แล้วร่วมกันปรับปรุงโดยยึดหลักการคงอยู่ของธรรมชาติเป็นสำคัญ
อันเป็นหน้าที่หลักอย่างหนึ่งของรีสอร์ต ที่จะเข้าร่วมกับชุมชน
เพื่อดูแลรักษาสิ่งที่มีค่าร่วมกัน โดยอาศัยพึ่งพิงกัน
ซึ่งทำให้กิจการของชุมพรคาบานา รีสอร์ต กำลังดำเนินกิจการเป็นไปด้วยดี

แต่แล้ววิกฤตเศรษฐกิจในปี 2540 ก็ทำให้ชุมพรคาบาน่า
รีสอร์ต ต้องซวดเซเพราะภาระหนี้สินที่เพิ่มขึ้นจากพิษของค่าเงินบาทที่ลดลง
คุณวริสร รักษ์พันธุ์ ผู้สืบสานเจตนารมณ์จากคุณแม่
ซึ่งได้พยายามที่จะรักษากิจการของชุมพรคาบาน่า รีสอร์ต
ให้คงอยู่และรุ่งเรือง
จนกระทั้งวันหนึ่งที่ได้พบกับอาจารย์วิวัฒน์ ศัลยกำธร
ซึ่งได้ทำให้เกิดจุดเปลี่ยนขึ้นภายในชุมพรคาบาน่า
รีสอร์ต และชุมชนโดยรอบ ด้วยการน้อมนำเอาแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง
ตามแนวพระราชดำริของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มาปรับใช้ภายในชุมพรคาน่า
รีสอร์ต และเชื่อมโยงไปสู่ชุมชนรายรอบรีสอร์ต จนเกิดเครือข่ายชุมชน
เผยแพร่ผลการดำเนินงานตามแนวปรัชญาดังกล่าว และกลายเป็นศูนย์การเรียนรู้ที่ทรงคุณค่าอย่างมากมายในปัจจุบัน