ชุมพรคาบาน่า รีสอร์ต
ศูนย์กสิกรรมธรรมชาติเพลิน
 
เศรษฐกิจพอเพียง กรณีศึกษา
 
กระบวนการและขบวนการทางสังคมเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียง
: กรณีศึกษาชุมพรคาบาน่า รีสอร์ต

 

  • ปัจจัยที่ทำให้การดำเนินกิจกรรมสำเร็จ

    ชุมพรคาบาน่า รีสอร์ต มีกิจกรรมต่าง ๆ มากมายทั้งภายในและนอกรีสอร์ต โดยมีรายได้หลักจากกิจกรรมด้านการบริการเกี่ยวกับที่พักและอาหาร และมีกิจกรรมด้านการท่องเที่ยวทางทะเลที่อยู่คู่กับชุมพรคาบาน่า รีสอร์ต ตลอดมา เป็นรายได้รอง ปัจจุบัน ชุมพรคาบาน่า รีสอร์ต ได้ดำเนินกิจกรรมตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยปัจจัยที่นำไปสู่ความสำเร็จของกิจกรรม คือ

    ศูนย์กสิกรรมธรรมชาติเพลิน ชุมพร คาบาน่า

    ผู้นำ

    โดยคุณวริสร มีศักยภาพ ดังนี้

    • ศรัทธา คือ ศรัทธา ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จึงเชื่อและศรัทธาในแนวทางของพระองค์ท่านว่าเป็นไปได้จริง
    • ความต้องการที่อยากจะทำหรือสิ่งที่เรียกว่าเป็นระเบิดออกมาจากข้างใน เพราะเมื่อมีศรัทธาเกิดขึ้นแล้วก็ทำให้เกิดความอยากที่จะทำตามสิ่งที่ศรัทธา
    • พร้อมที่จะทำด้วยตนเอง เพื่อให้เกิดการเรียนรู้จริงอันจะทำให้เกิดความรู้ความชำนาญ และสามารถขยายเครือข่ายการเรียนรู้่ไปสู่ภายนอกรีสอร์ตได้

อาจาย์ วิวัฒน์ ศัลยกำธร คุณวริสร รักษ์พันธุ์

แนวคิดของคุณวริสรดังกล่าว จึงเป็นจุดเด่นที่สุด เพราะสามารถคิดได้ทั้งในรูปของนามธรรมและรูปธรรม โดยเชื่อว่าเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงจะทำให้มั่งคั่งได้

ปัจจัยสนับสนุน

ก. บิดา ซึ่งเป็นที่ปรึกษาสมาชิกวุฒิสภา
ข. มารดา ซึ่งเป็นอดีตนายกสมาคมการท่องเที่ยวชุมพร5สมัย10ปี
ค. การศึกษาของผู้นำที่มีเป็นพื้นฐาน
ง. พื้นฐานทางเศรษฐกิจ
จ. อาจารย์วิวัฒน์ ศัลยกำธร ที่ปรึกษา

  • การดำเนินกิจกรรม

    ภายในชุมพรคาบาน่า รีสอร์ต มีการดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ คือ

    1) เส้นทางข้าว

    ต่อมาได้นำแนวคิดในการปลูกข้าวนี้ไปเผยแพร่ยังชุมชนรอบ ๆ โดยการรณรงค์เรื่องการ ลด ละ เลิก การใช้ปุ๋ยเคมี ได้เริ่มที่บ้านห0นองใหญ่ ซึ่งอยู่ในโครงการพระราชดำริ บ้านหนองใหญ่ ตำบลนาชะอัง อำเภอเมือง ซึ่งเป็นพื้นที่ซึ่งอยู่บริเวณ "แก้มลิง" เพื่อป้องกันน้ำท่วมจังหวัดชุมพร โดยผู้ใหญ่พรั่ง เกิดมาลัย ได้รวบรวมชาวบ้านร่วมกันทำนาไร้สารเคมี ซึ่งได้ผลดีบ้าง ไม่ดีบ้าง ชาวบ้านส่วนใหญ่ยังคุ้นเคยกับการใช้สารเคมีอยู่บ้าง สมาชิกเริ่มกลับไปใช้ปุ๋ยเคมีตามเดิม จึงได้ปรับแผนการรณรงค์ใหม่ เปลี่ยนจากการรณรงค์จากภายนอกเข้ามาหาข้างใน เป็นจากภายในรีสอร์ตออกสู่ข้างนอกซึ่งเป็นวิธีการที่เรียกว่า "การระเบิดจากข้างใน" ซึ่งปรากฏว่าเริ่มได้ผลมากขึ้นเรื่อย ๆ ตามลำดับ เนื่องจากพนักงานกว่า 90% เป็นคนท้องถิ่น และพนักงานแผนกสวนเกือบทั้งหมดอาศัยอยู่ภายในพื้นที่ "แก้มลิง" เมื่อได้ลงมือทำและเห็นผลดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง จึงเกิดการขยายผลแบบปากต่อปาก โครงการจึงเริ่มประสบความสำเร็จขึ้นเรื่อย ๆ โดยที่ไม่ต้องออกไปรณรงค์ในพื้นที่เลย

    อบรมกสิกรรมธรรมชาติ ชุมพร คาบาน่า

แต่อย่างไรก็ตาม ชาวบ้านส่วนใหญ่ยังคุ้นเคยกับการใช้สารเคมีอยู่นั่นเอง ในขณะที่ ชุมพรคาบาน่า รีสอร์ต มีนโยบายในการดูแลและจัดสวัสดิการพนักงาน ทำให้ชุมพรคาบาน่า มีภาระค่าใช้จ่ายเพื่อการเลี้ยงอาหารพนักงานประมาณ 150 คน/3 มื้อ โครงการรับซื้อข้าวที่ปลูกโดยไม่ใช้สารเคมีจึงเกิดขึ้นในราคาเกวียนละ 5,000 - 7,000 บาท ซึ่งข้าวที่ชื้นหรือหัก ขายในท้องตลาดไม่ได้ ทางรีสอร์ตจะรับซื้อไว้ เพื่อสีให้พนักงานและครัวหลัก ปรากฏว่า ชาวบ้านมีความพอใจเป็นอย่างมาก เพราะได้เงินไปจุนเจือครอบครัวในช่วงนอกฤดูทำนา จากการที่ไม่เคยคิดว่าจะมีใครมารีบซื้อข้าวที่มีคุณภาพไม่ได้มาตรฐาน (ดูไม่สวยเนื่องจากหัก แต่ยังคงมีประโยชน์และทรงคุณค่าทางอาหารครบ) ในราคาเท่ากับข้าวปกติโดยทั่วไป ด้วยเหตุนี้ จึงเป็นแรงกระตุ้นและสร้างความมั่นใจให้ชาวบ้านเริ่มหันมาปลูกข้าวไร้สารพิษมากขึ้นเรื่อย ๆ ปัจจุบันรีสอร์ตมีชาวบ้านที่ร่วมโครงการอยู่ประมาณ 20 แปลง มีเนื้อที่รวมกันประมาณ 200-300ไร่ โดยอยู่ในทุก ๆ หุบเขารอบ ๆ บ้านทุ่งวัวแล่น

พนักงาน ชุมพร คาบาน่า  รุ่นบุกเบิก

ขณะเดียวกัน แม้จะปลูกข้าวเองได้แต่ก็ไม่เพียงพอกับความต้องการของรีสอร์ต ประกอบกับการรับซื้อข้าวจากชาวนานั้น ผู้ซื้อมักมีข้อจำกัดในเรื่องของความชื้นหรือหัก ซึ่งทำให้ชาวนาไม่สามารถขายข้าวในท้องตลาดได้ ในขณะที่รีสอร์ตต้องการข้าวในปริมาณมาก การซื้อข้าวจากจังหวัดอื่นก็มีค่าใช้จ่ายในการขนส่งเพิ่มขึ้น และทำให้ต้นทุนของรีสอร์ตเพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน คุณวริสรจึงมีแนวคิดที่จะรับซื้อข้าวจากชาวนาในพื้นที่ เพราะถึงแม้ระดับความชื้นจะสูงจนไม่เป็นที่ต้องการของพ่อค้านายทุน แต่การใช้ข้าวภายในรีสอร์ต ไม่จำเป็นจะต้องคำนึงในเรื่องระดับความชื้น เนื่องจากต้องใช้ข้าวทุกวันคุณวริสรจึงรับซื้อข้าวจากชาวนาเพื่อสีให้ครัวหลักและพนักงาน นอกจากนี้ ชุมพรคาบาน่า รีสอร์ต ยังได้ซื้อเครื่องสีข้าวมาทำการสีข้าวใช้ภายในโรงแรมเอง ซึ่งผลที่ได้รับนอกจากจะเป็นข้าวสาร ยังได้รับทั้งแกลบ และรำ ซึ่งสามารถนำมาทำปุ๋ยหมักและทำประโยชน์อื่น ๆ ได้อีกเช่นกัน นอกจากนี้ยังเกิดผลพลอยได้อื่นที่ทำให้ชาวนาหันมาปลูกข้าวโดยใช้วิธีเกษตรอินทรีย์ ทำให้ต้นทุนการผลิตลดลงและมีตลาดรองรับแน่นอน เกษตรรอบ ๆ ชุมพรคาบาน่า รีสอร์ต จึงมีการทำมากขึ้น ก่อให้เกิดการรวมกลุ่มกันได้ในระดับหนึ่ง และผลประโยชน์สูงสุดในเส้นทางข้าวนี้คือ การรักษาพันธุ์ข้าวเหลืองปะทิวไว้ให้คงอยู่ และตอบสนองแนวพระราชดำริของพระองค์ท่านในการที่จะรักษาไม่ให้นาข้าวหมดไปจากชุมพรได้

ทุ่งเหลืองปะทิว อำเภอปะทิว จังหวัดชุมพร

 

หน้าที่ 1 2 3 4 5 6
 
ข่าวความเคลื่อนไหวภายในศูนย์ฯ
แสดงผลล่าสุด 10 หัวข้อ อ่านเพิ่มเติม
69 หมู่ 8 หาดทุ่งวัวแล่น ตำบลสะพลี อำเภอปะทิว จังหวัดชุมพร 86230
โทรศัพท์: 077 560 245-7