ปัจจัยที่ทำให้การดำเนินกิจกรรมสำเร็จ
2) ภาคการผลิต (อาหาร)
ในส่วนของภาคการผลิต (อาหาร) หรือโรงครัวของชุมพรคาบาน่า
รีสอร์ต นั้นมีแนวคิดจัดตั้งโครงการ ซึ่งมีชื่อเรียกว่า
"เศรษฐกิจพวกเรา" เพื่อไม่ให้เงินทองรั่วไหล
แต่อยู่ในกระเป๋าของพวกเราเอง จากเดิมที่รีสอร์ตต้องซื้อผักสด
ผลไม้ ฯลฯ จากตลาด ซึ่งทำให้มีปัญหาในด้านคุณภาพและปริมาณไม่เป็นไปตามความต้องการที่แท้จริง
การไปส่งเสริมให้ชาวบ้านทำก็ไม่ได้รับความสำเร็จ จึงคิดโครงการ
"เศรษฐกิจพวกเรา" ขึ้น ซึ่งเศรษฐกิจพวกนี้
หมายถึง ความสัมพันธ์ระหว่างคุณวริสรกับพนักงาน ญาติของพนักงาน
หรือคนที่รู้จักไปเรื่อย ๆ โดยเป็นการพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน
ไม่ใช่พึ่งตนเอง แต่เป็นการพึ่งพาอาศัยกัน ความสัมพันธ์ระหว่างคุณวริสรกับพนักงาน
จึงเป็นไปในลักษณะเพื่อนไม่ใช่เกี่ยวพันเฉพาะแต่เงินเดือนเท่านั้น
สำหรับวิธีการดำเนินการเศรษฐกิจพวกเรานั้น เมี่อทางรีสอร์ตมีความต้องการพืชผัก
ผลไม้หรืออื่นใด หรือผู้ใดมีพืช ผัก ผลไม้ใดต้องการที่จะขายก็จะจดแจ้งไว้บนกระดานหน้าโรงครัว
ซึ่งแม้แต่คุณวริสรเองก็มีสินค้ามาเสนอขายให้กับคุณวริสรด้วยเช่นกัน
อันเป็นผลให้รีสอร์ตมีพืช ผัก ผลไม้ ใช้ในการปรุงอาหารได้ตลอดเวลา
ทำให้อาหารของโรงแรมมีคุณภาพที่ดี และสามารถคาดเดาถึงปริมาณตามต้องการของรีสอร์ตได้
จึงเป็นการอุ้มชูเกษตรกรในหมู่พวกเราด้วย เพราะถ้ารีสอร์ตอยู่ไม่ได้ชุมชนก็อยู่ไม่ได้ด้วย
เศรษฐกิจพวกเราจึงผูกพันและไปด้วยกันได้ดี ซึ่งคุณวริสรยึดหลักที่
คุณพ่อคุณแม่เคยสอนไว้ว่า "รั้วของเราคือชาวบ้าน"
ซึ่งตอนเด็ก ๆ ไม่เข้าใจ จนกระทั่งปัจจุบันเมื่อนำทฤษฎีของในหลวงมาใช้ในวิถีของชุมชน
3) การทำขนมปัง
รีสอร์ตมีการทำขนมปัง โดยนำข้าวที่เหลือเป็นข้าวกล้องมาทำเป็นขนมปังข้าวกล้องใช้ภายในรีสอร์ตเอง
และเคยทำส่งท็อปส์ซุปเปอร์มาเก็ตด้วย ใช้ชื่อว่า Good
Day และ R & C โดยขนมปังดังกล่าวมีลักษณะพิเศษด้วยการระบุที่มาของขนมปัง
ซึ่งเป็นการเล่าเรื่องเกี่ยวกับข้าวกล้องและคุณประโยชน์ของข้าวกล้อง
นอกจากนี้ "ป้าแนะ" ยังได้นำข้าวกล้องมาทำเป็น
"ขนมครกขาวกล้อง" สำหรับเป็นอาหารเช้าของแขกในรีสอร์ต
อีกด้วย
4) การกำจัดกากอาหาร
ในด้านของกากอาหารหรือเศษอาหารที่เหลือภายในรีสอร์ตเดิม
"ป้าเหล่" จะมาซื้อไปใช้เป็นอาหารหมู ในราคาเดือนละ
200 บาท แต่ภายหลังเมื่อมีการนำแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงมาปฏิบัติภายในรีสอร์ต
ก็ได้มีการเปลี่ยนมาเป็นการแลกกับมูลควาย 10 กระสอบ
เพราะป้าเหล่เลี้ยงควายด้วย และภายหลังก็ยังไม่พอ
ปัจจุบันจึงต้องทำการผลัดกันเก็บกากอาหารคนละ 1 วัน
คือรีสอร์ต 1 วัน และป้าเหล่ 1 วัน ซึ่งทำให้ภายในรีสอร์ตไม่มีกากอาหารสกปรกเลอะเทอะ
และรีสอร์ตได้นำกากอาหารดังกล่าวมาใช้ในการหมักทำปุ๋ยชีวภาพใช้ภายในรีสอร์ต
เช่นใช้ในการบำบัดน้ำเสีย เป็นต้น ซึ่งสำนักรักษาความสะอาดของกรุงเทพมหานครก็เคยมาศึกษาดูงานเพื่อหาข้อสรุปในแนวทางในเรื่องกำจัดขยะของกทม.ที่นี่ด้วยเช่นกัน
5) การดำนาเกี่ยวข้าว
ในกิจกรรมการทำนาภายในรีสอร์ต ก็เพื่อที่จะแสดงให้เห็นวิถีชนบทของทุ่งวัวแล่น
โดยภายในรีสอร์ตได้มีการทำฝายกั้นน้ำแบบง่ายๆ ซึ่งเป็น
1ในทฤษฎีต้นน้ำของพระเจ้าอยู่หัว น้ำที่ใช้ในการทำนาจึงมาจากฝายกั้นน้ำ
ซึ่งอยู่ในด้านหลังของรีสอร์ต และข้าวที่ได้จากการทำนานี้ก็จะนำมาใช้ภายในรีสอร์ตด้วย
แต่ก็ในปริมาณที่ไม่มากพอ
6) กิจกรรมการเลี้ยงปลา
จากการที่รีสอร์ตได้ทำการบำบัดน้ำเสียภายในรีสอร์ตเอง
จึงได้จัดทำบ่อที่เรียกว่า "บ่ออนุบาล"
เพื่อใช้เป็นที่พักน้ำ ซึ่งได้ทำการบำบัดแล้ว ภายหลังจึงได้นำปลาสวยงามมาเลี้ยงและทำการแพร่ขยายพันธุ์ต่อไป
ปัจจุบันการเลี้ยงปลาสวยงามได้กลายมาเป็นหมายเลข 3
ของอุ้มชูไม่จำกัด
7) ฝายกั้นน้ำ
จากแนวพระราชดำริทฤษฏีป่าต้นน้ำ รีสอร์ตจึงได้ทำฝายกั้นน้ำขึ้นมาภายในรีสอร์ต
ขึ้น โดยต้นน้ำนั้นมาจากผืนนาเก่าและป่าพรุ แล้วนำทฤษฏีตามแนวพระราชดำริในเรื่องของมักกะสัน
ซึ่งมีผักตบชวาไม่เกิน 30 % ของพื้นน้ำทั้งหมดมาใช้ร่วมกับฝายกั้นน้ำ
8) โรงแรมนา
สำหรับอาคารที่ชื่อว่า "โรงแรมนา" นี้ได้สร้างขึ้นโดยมีแนวคิดว่า
"ในน้ำมีปลาในนามี
ข้าว" เมื่อผู้มาพักออกจากห้องก็จะเห็นนาซึ่งมีข้าว
ส่วนในน้ำก็มีปลานิล ซึ่งแต่เดิมบริเวณนาข้าวนี้เป็นดินทราย
แต่ได้มีการปรับปรุงด้วยวิธีธรรมชาติ โดยการทำปุ๋ยจากใบไม้เก่า
ๆ แล้วให้ปุ๋ยกับน้ำลงไปในนาข้าว (ใช้ปุ๋ยชีวภาพ)
และเมื่อข้าวสุกแล้ว ก็สามารถเก็บเกี่ยวใช้ประโยชน์ได้อีกด้วย
9) สวนเพลิน
จากแนวคิดของ ดร.ชัยอนันต์ สมุทวานิช ในการศึกษาธรรมชาติว่า
"ให้การศึกษาที่เกื้อกูลกัน" โดยเชื่อว่า
การศึกษาจะเกิดประโยชน์ได้ต่อเมื่อ play + learn =
เพลิน ดังนั้น จึงเป็นที่มาของสวนเพลิน ซึ่งยึดหลัก
4 ด. คือ ดูได้ ดมได้ ดื่มได้ และ แ_ก ได้ คือ
ดู คือ สวนงามเพลินตา
ดม คือ ดอกไม้ล่อแมลง
ดื่ม คือ ชื่นใจ
แ_ก คือ อร่อยจัง
ซึ่งภายในสวนเพลิน จะมีกิจกรรมต่าง ๆ อีกมากมายภายใต้หลักคิดว่า
"Our loss is our gain" = ขาดทุนคือกำไร
ยิ่งทำยิ่งได้ ยิ่งให้ยิ่งมี
"Small is beautiful" = เล็ก ๆ แต่สวยงาม
"Simplicity" = ง่าย ๆ
"Sustainability" = ยั่งยืน